หมวกกันน็อค มีกี่ประเภท

Updated: Apr 9



สำหรับนักบิดทั้งหลาย สิ่งที่ลืมไม่ได้ก่อนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในแต่ละครั้ง นั่นก็คือ หมวกกันน็อค ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นมากๆ เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับใช้แล้ว หมวกกันน็อคยังสามารถใช้ป้องกันศีรษะกระแทกอย่างรุนแรงเวลาเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย แต่หลายคนอาจเคยเห็นหมวกกันน็อคหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ความจริงแล้วหมวกกันน็อคมีกี่แบบ และมีประเภทใดบ้าง และเราควรเลือกหมวกกันน็อคอย่างไรดี วันนี้เราตามน้องอัณชันไปดุกันเลย

หมวกกันน็อค มีกี่ประเภท


1. หมวกกันน็อคเต็มใบ (Full face)



หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ จัดเป็นหมวกกันน็อคที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมีส่วนที่ป้องกันได้ครอบคลุมทั่วทั้งศีรษะ ตั้งแต่คางไปจนถึงท้ายทอยด้านหลัง ทั้งยังมีกระจกกันลมหรือชิลด์ด้านหน้า ช่วยป้องกันเศษฝุ่น เศษดินเข้าตา เหมาะกับผู้ที่ขี่รถบิ๊กไบค์ หรือนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ ที่ต้องใช้ความเร็วสูง หรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไปที่ต้องการเซฟความปลอดภัยให้กับตัวเอง โดยหมวกกันน็อคเต็มใบมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่เกือบพันไปจนถึงหลายหมื่นบาทเลยก็มี ขึ้นอยู่กับคุณภาพและวัสดุที่ใช้ผลิตหมวกกันน็อค


2. หมวกกันน็อคแบบยกคาง (Modular)



หมวกกันน็อคแบบยกคาง นั้นค่อนข้างคล้ายกับหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ แต่สามารถยกคางหมวกกันน็อคขึ้นมาได้ให้เปิดเห็นหน้าได้สะดวก สามารถดื่มน้ำ ทานอาหาร หรือพูดคุยได้สะดวกกว่าหมวกกันน็อคเต็มใบ เหมาะกับคนขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง ที่ใช้เดินทางระยะทางไกลๆ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน แต่หมวกกันน็อคประเภทนี้อาจมีน้ำหนักค่อนข้างมาก เนื่องจากโครงสร้างและกลไกที่เพิ่มเข้ามานั่นเอง


3. หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้า (Open Face)



มากันที่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้า ซึ่งเป็นหมวกกันน็อคที่มีคนใช้งานกันค่อนข้างมาก เพราะว่าสวมใส่ง่าย ไม่อึดอัดเท่าหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ แถมยังระบายลมได้โล่งสบาย และป้องกันศีรษะได้ดี มีกระจกบังลม เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป เดินทางในเมือง หรือเดินทางระยะไกล แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่มีการป้องกันคาง และอาจทำให้ลม หรือฝุ่นควันรถ เข้ามาจากช่องว่างใต้คางหรือช่องว่างใต้กระจกได้ และหมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าบางประเภทก็ออกแบบให้ไม่มีกระจกบังลมด้วย หรือที่เรียกว่า “หมวก 5 แป๊ก” จึงทำให้หมวกดูกลม และมีความคลาสสิกมากขึ้น แต่ก็สามารถติดกระจกเพิ่มเข้าไปได้


4. หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ (Half face)



เช่นเดียวกับ หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ ก็เป็นหมวกกันน็อคที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างมาก เนื่องจากสวมใส่ง่าย ราคาไม่แพง ใช้งานง่าย สะดวกสบาย เหมาะกับการขี่รถในระยะใกล้ๆ หรือขี่รถด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะว่าเป็นหมวกกันน็อคที่ไม่มีกระจกป้องกันลม ทั้งยังป้องกันศีรษะได้ไม่ดีเท่าหมวกกันน็อคประเภทอื่นๆ แต่จะป้องกันแค่เฉพาะด้านบนกระหม่อมศีรษะ ไม่สามารถปกป้องช่วงคางและท้ายทอยได้


5. หมวกวิบาก (Motocross)



มากันที่หมวกกันน็อคสำหรับสายแข่ง หรือสายลุย ที่ชอบขับขี่มอเตอร์ไซค์ในทางวิบาก หรือทางออฟโรด ซึ่งเหมาะกับหมวกกันน็อควิบาก หรือ Motocross หมวกเฉพาะทางสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก มีลักษณะเป็นหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ แต่จะมีช่วงคางยื่นออกไปมากกว่าหมวกแบบอื่น เพื่อเพิ่มพื้นที่ป้องกันคางมากขึ้น และหมวกแบบนี้จะไม่มีกระจกกันลม เพราะผู้ใส่จะสวมแว่นแบบก็อกเกิ้ล หรือแว่นตาที่รัดกับหมวก เพื่อป้องกันลม และป้องกันเศษดินเศษหินกระเด็นเข้าตา


6. หมวกกันน็อคกึ่งวิบาก (Dual sport)



ส่วนหมวกกันน็อคประเภทกึ่งวิบาก จะมีลักษณะคล้ายกับหมวกวิบากกับหมวกเต็มใบ คือรูปทรงคล้ายหมวกวิบาก แต่ช่วงคางยื่นออกมาไม่ยาวเท่า และมีกระจกกันลมติดตั้งมาด้วย ซึ่งเหมาะกับผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ระยะทางไกล รถบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง หรือใช้ขับขี่บนเส้นทางออฟโรดแต่ไม่สมบุกสมบันมากนัก


หมวกกันน็อคแต่ละประเภท ล้วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน เมื่อเพื่อนๆ ได้ทราบประเภทของหมวกกันน็อคกันไปแล้ว ก็อย่าลืมใส่หมวกกันน็อคเวลาขับขี่มอเตอร์ไซค์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ควรขี่รถอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท และถ้าจะให้ดีมาสิแนะนำว่าควรทำประกันรถมอเตอร์ไซค์ไว้ด้วยเพื่อความอุ่นใจ

การเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งแต่ละแผนประกัน จะมีความแตกต่างกันออกไป รีบมองหาประกันที่ที่คุ้มค่า สามารถติดต่อ Purple INS ของเราได้เลยค่ะ เรามีหลายแพคเกจในราคาสบายกระเป๋าท่านสามารถเลือกได้ตามความต้องการ หรือจะทักมาสอบถามเราก่อนได้ค่ะ

ปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย Purple INS ยินดีให้บริการค่ะ

เพจเฟสบุ๊ก Purple INS ประกันภัย ราคาดี มีคนดูแล

แอดไลน์ @purpleins (มี @ ด้วยนะคะ)

โทร 061-725-9222

<