รู้จัก 6 โรคประจำสายพันธุ์ของแมวเปอร์เซีย

“ขนสวย ตาโต ตัวกลม แก้มแน่น” นี่คงเป็นคำจำกัดความที่ตรงปกที่สุดสำหรับเจ้าแมวเปอร์เซีย(Persian Cat)ที่ได้รับความเอ็นดูจากผู้คนมากมาย จนถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 สายพันธุ์แมวที่ได้รับความนิยมที่คนชอบนำมาเลี้ยงมากที่สุดในโลก วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับน้องแมวเปอร์เซียกันให้มากขึ้น น้องเหมียวมีลักษณะนิสัยอย่างไร มีโรคประจำสายพันธุ์อะไรบ้าง และเราจะมีวิธีดูแลน้องแมวเปอร์เซียให้มีสุขภาพที่ดีได้อย่างไร เราไปหาคำตอบด้วยกันค่ะ




รู้จักแมวเปอร์เซีย(Persian Cat)

แรกเริ่มเดิมที เจ้าแมวเปอร์เซียมีต้นกำเนิดอยู่ที่แถบเปอร์เซีย ซึ่งอยู่ในประเทศตุรกีและประเทศอิหร่านในปัจจุบัน และได้นำเข้าสู่ประเทศอิตาลีในช่วงปี ค.ศ.1620 ด้วยความน่ารัก ปุกปุย แถมนิสัยดี เจ้าเหมียวเปอร์เซียก็เลยครองใจชาวยุโรปไปเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาสหรัฐอเมริกาได้นำมาขยายพันธุ์ต่อและให้ชื่อว่าแมวสายพันธุ์เปอร์เซียตามถิ่นที่มาค่ะ


นิสัยของแมวเปอร์เซีย

นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาแล้ว ในเรื่องของนิสัยใจคอของแมวเปอร์เซียก็น่ารักด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความจงรักภักดีต่อเจ้าของ รักสงบ ไม่ชอบส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย มีความสามารถในการปรับตัวกับที่อยู่อาศัย รักสวยรักงาม มีความเป็นส่วนตัวสูงและที่สำคัญด้วยความฉลาดแสนรู้ของเจ้าเหมียวสายพันธุ์นี้ทำให้หลายๆคนตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะค่ะ


สายพันธุ์ของแมวเปอร์เซีย

โดยทั่วไป แมวเปอร์เซียมีอยู่ 2 สายพันธุ์ใหญ่ๆ คือ

1)แมวเปอร์เซียสายพันธุ์ดั้งเดิม เรียกว่า Traditional Persian หรือ Doll-face Persian ซึ่งมีลักษณะเด่นคือหัวกลม หน้าไม่แบน จมูกไม่หัก

2)แมวเปอร์เซียสายพันธุ์ Peke-face Persian เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาและเป็นที่ยอมรับในระดับ

มาตรฐานสากล มีลำตัวสั้น ขาสั้น รูปร่างเตี้ย หางสั้นตรงไม่มีรอยหัก ขนยาวฟู มีท่วงท่าการเดินที่สง่างาม หัวกลม หน้าแบนและจมูกสั้นหักมากขึ้น

โดยเฉลี่ย แมวเปอร์เซียทั้งสองสายพันธุ์นี้จะมีอายุอยู่ที่ 10 – 15 ปี มีความยาวลำตัว 14 – 18 นิ้ว (ไม่รวมความยาวหาง) น้ำหนักประมาณ 4 – 6 กิโลกรัม ถึงแม้จะมี 2 สายพันธุ์แต่นิสัยของเจ้าแมวเปอร์เซียก็ไม่ได้แตกต่างกันนะคะ ยังน่ารักเหมือนเดิม



โรคประจำสายพันธ์ของแมวเปอร์เซีย

แน่นอนว่าแมวเปอร์เซียก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้เหมือนกับสัตว์ทั่วๆไป ซึ่งเราจำเป็นต้องเรียนรู้จักโรคประจำสายพันธ์ของน้องเหมียวเปอร์เซียด้วย เพื่อที่จะได้เข้าใจและดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที โรคที่ว่านี้มีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

1)โรคถุงน้ำในเนื้อไต ซีสต์ที่ไต โรคทางเดินปัสสาวะและนิ่ว สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมการปัสสาวะที่ผิดปกติ เช่นปัสสาวะบ่อยหรือเข้ากระบะทรายนาน บางครั้งอาจมีอาการเบื่ออาหาร ซึม น้ำหนักลดและกินน้ำเยอะจนผิดสังเกต

2)โรคจอประสาทตาเสื่อม สังเกตได้จากลักษณะการเดิน การยืนและการสัมผัสที่ผิดปกติ

3)โรคหัวใจ สังเกตอาการได้จากลักษณะการหายใจ ซึ่งจะมีอาการหอบเหนื่อย

4)โรคผิวหนัง โดยผิวหนังมักจะมีอาการอักเสบ เป็นหนองที่บริเวณใบหน้า อาจมีอาการขนร่วงและป่วยเนื่องจากอากาศร้อนร่วมด้วย

5)โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เช่นอาจจะมีภาวะคลอดลูกยาก

6)โรคเกี่ยวกับกระดูกและไขข้อ เช่น ลักษณะการสบฟันที่ไม่ปกติ หรือข้อสะโพกเสื่อม เป็นต้น


วิธีดูแลแมวเปอร์เซีย

แม้แมวเปอร์เซียจะมีโรคประจำสายพันธุ์บ้าง แต่การที่เราให้การดูแลเอาใจใส่ ก็จะสามารถลดโอกาสของการเกิดโรคได้เช่นกันค่ะ ส่วนวิธีก็มีดังต่อไปนี้

·หวีขนของน้องแมวให้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะในจุดที่น้องดูแลไม่ถึง เช่นที่คอ หลังและหาง

·พาไปอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

·หมั่นเช็ดน้ำตาส่วนเกินที่ไหลออกมา เพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำตาที่เป็นแหล่งสะสม

ของเชื้อแบคทีเรีย

·หมั่นเช็ดหู ตัดเล็บและแปรงฟันให้น้องแมวเป็นประจำ

·ที่สำคัญอย่าลืมพาน้องไปตรวจร่างกาย ถ่ายพยาธิ ป้องกันเห็บหมัด พร้อมทั้งฉีดวัคซีนเป็นประจำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์



นี่คือความน่ารักฟรุ๊งฟริ๊งของเจ้าแมวเปอร์เซียที่เรานำมาฝากกันค่ะ ถึงแม้น้องเหมียวจะรักสันโดษ ไม่ชอบความวุ่นวาย และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร แต่น้องก็ยังอยากได้รับการทนุถนอม ดูแลเอาใจใส่จากเราด้วยเช่นกัน เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย ได้อยู่เป็นเพื่อนเล่น เป็นเพื่อนคู่ใจกับเราไปได้นานๆเลยค่ะ


 

ต้องการสอบถาม หรืออ่าน Insight เกี่ยวกับการประกัน สามารถติดตามเราได้ที่

LINE Official : @purpleins หรือเว็บไซต์ www.purpleins.com

โทร 061-725-9222


8 views0 comments