รู้จักเครื่องรางญี่ปุ่น โอมาโมริ ถุงเก็บโชคดีจากศาลเจ้าญี่ปุ่น

ทุกครั้งที่ไปเที่ยวตามวัดหรือศาลเจ้าญี่ปุ่น เราจะได้เจอกับแผงร้านขายวัตถุมงคลต่างๆ ตั้งอยู่แทบจะหน้าทางเข้าเลย ซึ่งส่วนมากสิ่งที่พวกเรามักเช่ากลับมาก็มักจะเป็นเครื่องรางเล็กๆ พกพาง่าย มีให้เลือกหลายสีอย่าง โอมาโมริ (Omamori) นั่นเอง



ความจริงแล้วเจ้าเครื่องรางพวกนี้ค่อนข้างจะมีรายละเอียด และวิธีการดูแลที่มากกว่าแค่พกไว้เฉยๆ นะครับ เอาเป็นว่าในครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับเครื่องรางโอมาโมริแบบเจาะลึกกันไปเลย ว่ามีกี่ประเภท นำโชคเรื่องอะไรบ้าง และมีวิธีการพกการเก็บยังไงครับ


เครื่องรางญี่ปุ่น โอมาโมริ คืออะไร ?

โอมาโมริ (お守り, 御守) มีความหมายว่า ปกป้อง คุ้มครอง ค่อนข้างตรงตัวเลยใช่ไหมครับ ลักษณะทั่วไปคือแผ่นยันต์เล็กๆ ที่จะถูกพับเก็บไว้ข้างในถุงหลากสีสันอีกทีนึง พบได้ทั่วไปตามศาลเจ้าชินโต หรือวัดพุทธทั่วประเทศญี่ปุ่นครับ

เครื่องรางโอมาโมรินั้นสามารถหาเช่าได้ง่าย ไม่จำกัดศาสนา หรือความเชื่อ ในยุคปัจจุบันนี้คนก็นิยมซื้อให้แก่กันเพื่อเป็นของฝากซะมากกว่า ยิ่งโดยเฉพาะตามวัดหรือศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงก็ยิ่งเป็นที่นิยม ระดับราคาก็มีตั้งแต่ 300 เยน ถึง 1,000 เยน บางครั้งก็มีขายแบบเป็นเซ็ทด้วย


ความแตกต่างของโอมาโมริแต่ละประเภท

เมื่อก่อนนั้นโอมาโมริจะทำจากไม้ หรือกระดาษ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีการพัฒนาจนมีหลายรูปแบบมาก ทั้งสติ๊กเกอร์ แผ่นติดกระจกรถยนต์ พวงกุญแจ สายคล้องมือถือ ฯลฯ บางศาลเจ้ามีการทำแคมเปญโปรโมทกับสโมสรกีฬา หรือคาแร็คเตอร์ตัวการ์ตูนดังก็มี โดนใจทุกเพศทุกวัยแน่นอน

โดยปรกติแล้ว เครื่องรางเหล่านี้จะมีการแบ่งสี แบ่งหมวดอย่างชัดเจนว่าตัวมันมุ่งเน้นให้โชคด้านไหนเป็นพิเศษครับ จะไม่มีเครื่องรางแบบ "1 ชิ้นรับโชคครอบจักรวาล" เด็ดขาด โดยจะมีประเภทหลักๆ ดังนี้

  • คัตสึโมริ Katsumori (勝守) - ความสำเร็จ หรือประสบผลในเรื่องที่มุ่งหวังไว้

  • ชิอาวาเสะ Shiawase (幸せ) - ความสุข เพิ่มความสดใสให้กับชีวิต

  • ไคอึน Kaiun (開運) - โชคดี เครื่องรางส่วนใหญ่จะเป็นหมวดนี้ครับ

  • ยาคุโยเกะ Yakuyoke (厄除け) - ขับไล่สิ่งชั่วร้าย กาลกินี ป้องกันไม่ให้มีสิ่งใดมาขัดขวางการไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

  • เคงโกะ Kenko (健康) - สุขภาพดี ไม่มีโรคภัย

ทีนี้แต่ละศาลเจ้าเขาก็จะมีชื่อเสียงที่ต่างกันไปในแต่ละด้านครับ เลยทำให้มีเครื่องรางที่มีความเฉพาะด้านมากๆ เกิดขึ้นมามากมายเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

  • อันซัง (安産) - ช่วยให้คลอดบุตรได้ง่าย ปลอดภัย

  • คตสึ อันเซน Kotsu-anzen (交通安全) - เดินทางปลอดภัย ไม่มีอันตราบจากยวดยานพาหนะ

  • คาไน อันเซน Kanai-anzen (家内安全) - คุ้มครองให้ครอบครัวปลอดภัย สมาชิกในบ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

  • กาคุกิว โจจุ Gakugyo-joju (学業成就) - สำเร็จด้านการศึกษา สอบผ่าน

  • โชไบ ฮันโจ Shobai-hanjo (商売繁盛) - ธุรกิจรุ่งเรือง มีสภาพคล่องทางการเงิน มีความก้าวหน้าทางอาชีพ

  • เอ็น มุสึบิ En-musubi (縁結び) - โชคดีด้านความรัก ได้พบคู่ครอง หรือรักษาความสัมพันธ์

  • เบียวคิ เฮยุ Byoki-heyu (病気平癒) - หายดีในเร็ววัน มักให้กับคนที่ป่วย หรือผู้ที่พักรักษาตัวอยู่

และยังมีนอกเหนือจากนี้อีก ซึ่งมีความเฉพาะด้านมากกก ! อย่างเช่น เครื่องรางคุมะโจ kumajo (熊除) ที่ช่วยคุ้มกันภัยจากหมี (พบมากตามศาลเจ้า หรือวัดทางภาคเหนือของญี่ปุ่น) เครื่องราง เพ็ท โอมาโมริ pet omamori (ペットお守まもり) ที่ช่วยคุ้มครองอุปกรณ์ไอที อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น



กฎสำคัญในการครอบครองเครื่องรางโอมาโมริ

สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณได้เครื่องรางมาแล้ว ก็คือ "ห้ามแกะ" ออกมาเป็นเด็ดขาด เชื่อกันว่าถ้าเปิดออกมาแล้วพลังของเครื่องรางนั้นจะอันตรธานหายไปทันที และกลายเป็นเครื่องรางเปล่าๆ ไป (แต่จะเก็บไว้สวยๆ ก็พอได้อยู่)


จะพกเครื่องรางไว้ที่ไหนดี ?

โอมาโมริควรจะต้องถูกพกไว้ในที่ที่คุณพกพาติดตัวในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เครื่องรางมีผลคุ้มครองมากที่สุด และควรจะเป็นที่ที่เราหวังผลให้มันคุ้มครอง/ส่งเสริมด้วย เช่น ถ้าพกเครื่องรางประเภทที่ช่วยให้มีเงินทองไหลมาเทมา ก็ควรจะเก็บไว้ใกล้กับกระเป๋าเงิน หรือถ้าพกเครื่องรางด้านการเรียน ก็เก็บไว้กับกระเป๋าหนังสือ หรือกล่องดินสอ เป็นต้น



อยากมีโชคทุกด้านเลย พกมากกว่า 1 ชนิดได้ไหม ?

ไม่มีข้อห้ามว่าไม่ควรพกเครื่องรางโอมาโมริเยอะๆ ครับ เราจะพกเพื่อโชคหลายๆ ด้านก็ได้ เอาไว้คู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อย่างไม้กางเขนก็ได้ แต่ ! เครื่องรางโอมาโมริที่มาจากศาลเจ้า และที่มาจากวัดพุทธในญี่ปุ่นบางชนิดที่ให้ผลหักล้างกันเองก็มี ! กรณีนี้เราต้องสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้จำหน่ายเครื่องรางให้แน่ใจซะก่อนครับ



ถ้าเครื่องรางชำรุดเสียหาย สกปรก สูญหาย จะมีผลอะไรมั้ย แล้วต้องทำยังไง ?

ไม่ต้องกังวลอะไรใดๆ เลยครับ เพราะการที่เครื่องรางนั้นสกปรกหรือชำรุด นั่นหมายความว่ามันได้ทำหน้าที่ดูแลปกป้องคุณเป็นที่เรียบร้อย แม้คุณจะไม่ต้องการมันแล้วก็สามารถเอาไปเก็บไว้ในตู้ได้เลย

ที่สำคัญคือไม่ควรเอาไปล้างอย่างเด็ดขาดครับ การเอาไปล้างนั้นเท่ากับว่าเราได้ชำระเอาพลังของมันออกไปด้วย และอาจปล่อยโชคไม่ดีที่กักเก็บเอาไว้ออกมา

ควรเก็บไว้นานขนาดไหน ?

สำหรับเรื่องนี้มีความเชื่อที่ต่างกันออกไป ดังนี้ครับ

  1. สามารถเก็บไว้ได้ตราบนานเท่านาน บางครอบครัวก็มีการสืบทอดเครื่องรางโอมาโมริส่งต่อกันไปรุ่นสู่รุ่นก็มี เชื่อกันว่าพลังของมันนั้นไม่มีวันหมด ตราบใดที่ไม่ไปเปิดหรือเอามันไปล้างซะก่อน

  2. เมื่อเครื่องรางชำรุดเสียหายไประดับหนึ่งแล้วก็ควรเปลี่ยนครับ แนวคิดนี้จะเชื่อกันว่าเครื่องรางมีอายุประมาณ 1 ปีครับ เมื่อครบปีแล้วก็ควรไปเช่าใหม่ และควรนำเครื่องรางเก่านั้นไปคืนยังศาล/วัดเดิมที่เช่ามา ซึ่งเขาก็จะมีที่ไว้ให้สำหรับคืนเครื่องรางเก่าโดยเฉพาะอยู่ครับ เรียกว่า โคชินซัตสึ โอะซาเมะโดโคโระ koshinsatsu osamedokoro (古神札納め所) หลังจากนั้นเครื่องรางเก่าเหล่านี้ก็จะถูกรวบรวม และนำไปทำพิธีเผาทำลาย ที่เรียกว่า โอะทาคิอาเกะ o-takiage (お焚き上げ) เพื่อช่วยชำระล้าง และขจัดปัดเป่าสิ่งร้ายที่เครื่องรางเก็บเอาไว้

รู้จักเครื่องรางญี่ปุ่นโอมาโมริกันไปพอสังเขปแล้ว ไปเที่ยวครั้งต่อไปก็ไปเลือกตามต้องการได้เลย แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว ถ้าเราไม่พยายามปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างประมาท เครื่องรางไหนๆ ก็ช่วยไม่ได้เหมือนกันนะ


ขอขอบคุณบทความดีๆจาก https://travel.trueid.net/detail/jldA6LdAJG0k


ต้องการสอบถาม หรืออ่าน Insight เกี่ยวกับการประกัน สามารถติดตามเราได้ที่ LINE Official: @purpleins หรือเว็บไซต์ www.purpleins.com ค่ะ

โทร 061-725-9222


17 views0 comments