คนดัง และองค์กรต่างๆ ทั่วโลก แสดงจุดยืนสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ


อย่างที่หลายคนทราบกันดี เดือนมิถุนายนของทุกปี จะถือเป็นเดือนที่สำคัญระดับโลกเดือนหนึ่ง ซึ่งก็คือ เดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือที่เรียกกันในระดับสากลว่า “Pride Month” นั่นเอง บทความนี้ เราไม่ได้มาพูดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา หรือมาคุยกันว่าตัวย่อ LGBTQIA+ คืออะไร หรืออะไรที่เป็นพลังขับเคลื่อนของกลุ่ม community นี้ เพราะมีหลายๆสื่อ หลายๆเว็บไซต์ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว และเราเชื่อว่าประเด็นสำคัญของเดือน Pride Month นี้ คือการสร้างความรับรู้ให้ทุกคนเข้าใจว่า ความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหน หรือยังค้นหาตัวเองไม่พบก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เพราะเป็นเรื่องที่คนอีกหลายคนทั่วทุกมุมโลกก็ประสบพบเจอด้วยกันทั้งนั้น เราควรมีความภาคภูมิใจ และรักในตัวของเราที่เป็นเรา โดยไม่ต้องไปยึดติดว่าเราเป็น LGBTQ+ หรือ Straight เพราะความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น และมีอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ก็คือมนุษย์ และพวกเราทุกคนเท่าเทียมกัน บทความนี้ เราจะพาไปดูเหตุการณ์ที่น่าสนใจรอบโลกที่เกิดขึ้นในเดือน Pride Month นี้กันค่ะ 1. “มานูเอล นอยเออร์” กัปตันทีมอินทรีเหล็ก สวมปลอกแขนสีรุ้งสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ และการขอเปิดไฟสีรุ้งในสนามแข่ง “อลิอันซ์ อารีนา”

พวกเราหลายคนคงได้มีโอกาสติดตามงานแข่งขันระดับท็อปของวงการฟุตบอลอย่าง Euro 2020 ซึ่งทีมจากทางยุโรปหลายทีมมาดวลแข้งกันเพื่อชิงความเป็น 1 ในยุโรป ปีนี้กัปตันทีมชาติเยอรมันได้สวมปลอกแขนสีรุ้งเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย ซึ่งต่อมาส่อแววทำให้เขาอาจได้รับโทษจากยูฟ่า แต่ในท้ายที่สุดแฟนบอลต่างกดดันจนยูฟ่าต้องกลับลำออกมาประกาศว่า มานูเอล นอยเออร์ ไม่จำเป็นต้องรับโทษ หรือถูกปรับใดๆ และเนื่องจากเยอรมันต้องการแสดงจุดยืนในการสนับสนุนความหลากหลาย และความเท่าเทียมทางเพศ จึงยื่นเรื่องขออนุมัติให้ทางยูฟ่ายินยอมให้เปิดไฟสนามแข่งขันอย่างสนาม “อลิอันซ์ อารีนา” ซึ่งเป็น 1 ในสนามแข่งเจ้าภาพฟุตบอลยูโร 2020 ให้เป็นสีรุ้งในเกมที่ต้องแข่งกับฮังการี เนื่องจากเกมที่ฮังการีแข่งกับโปรตุเกส ได้มีแฟนบอลฮังการีบางส่วนสวมชุดดำ และชูป้าย “Anti LMBTQ” ซึ่งแปลว่าต่อต้าน กลุ่ม LGBTQ+ นั่นเอง และยิ่งไปกว่านั้นฮังการีเพิ่งจะมีมติให้ผ่านกฎหมายการแบนการสอนทุกรูปแบบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ+ ในทุกโรงเรียน ดังนั้นเยอรมันจึงต้องการแสดงจุดยืนทางการเมืองที่มีความเห็นแตกต่างกับฮังการีอย่างสุดขั้ว แต่ในที่สุดยูฟ่าก็ไม่อนุญาตให้เยอรมันเปิดไฟในสนามอลิอันซ์ อารีนาเป็นสีรุ้ง เพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดข้อพิพาท และการวิวาทขึ้นได้ แต่เยอรมันนีก็เดินหน้าแสดงจุดยืนของตัวเองในการยอมรับความหลากหลายทางเพศโดยเดินหน้าเปิดไฟสีรุ้งในสนามแข่งกีฬาอื่นๆในเยอรมันนีทั่วประเทศ


2. NFL ประกาศก้อง “Football is gay, Football is lesbian, Football is for everyone” พร้อมกับการเปิดตัวของ “คาร์ล นาสซิบ” นักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังจากทีม “Las Vegas Raiders”

NFL (National Football League) เป็นลีกกีฬาฟุตบอลระดับอาชีพของสหรัฐอเมริกา ซึ่งโดยปกติของกีฬานี้มักจะต้องใช้ความกำยำ ความแข็งแรงของร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องใช้การปะทะของร่างกายในระดับสูง จนมีชื่อเรียกเล่นๆเป็นภาษาไทยว่า “คนชนคน” ดังนั้นนักกีฬาใน NFL นั้นจะถูกมองว่าต้องเป็น “ผู้ชายเท่านั้น” ซึ่งทำให้นักกีฬาหลายๆคนต้องปกปิดเกี่ยวกับเพศของตัวเอง เพราะเกรงว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ในเดือน Pride Month นี้ “คาร์ล นาสซิบ” ได้ออกมาพูดผ่านอินสตาแกรมของตนเองว่า (คลิกเพื่อดู https://www.newsweek.com/football-gay-nfl-releases-acceptance-video-amid-carl-nassib-coming-out-pride-month-1604875)

“สวัสดีทุกคน ผมคาร์ล นาสซิบ ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านในเวสต์เชสเตอร์ เพนซิลเวเนีย ผมขอใช้เวลาสั้นๆ เพื่อบอกว่าผมเป็นเกย์ ผมอยากจะพูดเรื่องนี้มาสักพัก และในที่สุดผมก็รู้สึกมั่นใจมากพอที่จะพูดเรื่องนี้ออกมา”

“ผมมีชีวิตที่ดีที่สุด ผมมีครอบครัวที่ดีที่สุด มิตรสหาย หน้าที่การงาน ในแบบที่คนคนนึงฝันถึง จริงๆแล้วผมค่อนข้างไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นทราบเท่าไหร่ ดังนั้นผมหวังว่าทุกคนจะรู้ว่า ผมไม่ได้ออกมาพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจอะไรทั้งนั้น ผมแค่คิดว่าการแสดงออก และมีตัวตนมันช่างสำคัญมากเหลือเกิน และผมได้แต่หวังว่าวิดีโอแนวๆนี้ หรือการเปิดตัวอะไรแบบนี้ จะไม่เป็นเรื่องจำเป็นอะไรอีกต่อไป”

“แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อปลูกฝังวัฒธรรมการยอมรับ และความเห็นอกเห็นใจ”

นอกจากนี้ คาร์ล นาสซิบ ยังได้บริจาคเงินจำนวน 100,000 เหรียญ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) ให้กับโครงการ The Trevor Project ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยเหลือการป้องกันการฆ่าตัวตายของกลุ่ม LGBTQ+ ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย


3. “มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องออกมาขอโทษเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศของฉัน” ประโยคเด็ดจากซีรีย์เกาหลี “Mine”

เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันประเทศเกาหลีได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งด้านเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีแบรนด์ระดับโลกมากมาย แม้แต่อุตสาหกรรมความงาม หรืออุตสาหกรรมบันเทิง ต่างก็เป็นที่รู้จัก และนิยมชมชอบในระดับโลกทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม การยอมรับในความหลากหลายทางเพศในเกาหลีก็ดูสวนทางกับสิ่งอื่นๆมากนัก ดังนั้นการที่ซีรี่ย์เกาหลีจะถ่ายถอดเรื่องนี้ออกมาได้อย่างตรงใจ ตรงประเด็นและไม่ยัดเยียดนั้น จัดได้ว่าเป็นก้าวสำคัญ และก้าวที่กล้าหาญมากจริงๆ ซีรีย์เกาหลีที่เราพูดถึงวันนี้นั้น ก็คือ Mine (ธาตุแท้) นำแสดงโดย “คิมซอฮยอน” ในบทจองซอฮยอน สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลมหาเศรษฐี ที่ต้องทนเก็บงำตัวตนของตัวเองตลอดมา เพราะกลัวว่าสังคมจะไม่ยอมรับ แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ได้เปิดเผยตัวตนออกมา และที่น่าสนใจคือ บทเขียนให้ จินโฮ สามีของจองซอฮยอนมีท่าทีปกติ ว่าอัตลักษณ์ทางเพศของภรรยาของตนเองเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร ทำให้เราได้ฟังประโยคเด็ดๆมากมายจากซีรีย์เรื่องนี้ เช่น "มันก็ช่วยไม่ได้นี่ ใช่ว่าเป็นเพราะอยากเป็นที่ไหน" “มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องออกมาขอโทษเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศของฉัน” "ความสามารถในการเป็นประธาน เกี่ยวอะไรกับอัตลักษณ์ทางเพศของคุณ"

หากเพื่อนๆสนใจติดตามซีรีย์คุณภาพเรื่องนี้แล้ว สามารถเข้าไปรับชมได้ผ่านทาง Netflix ได้เลย


4. ศิลปินดังชาวญี่ปุ่น “อูทาดะ ฮิคารุ” ประกาศตัวเป็น Non-binary


หลายๆคนคงไม่มีใครไม่รู้จักศิลปินชาวญี่ปุ่นท่านนี้ เพราะนอกจากเดือนจะนับได้ว่าเป็นเจ้าแม่ J-pop และ R&B ในวงการเพลงญี่ปุ่นแล้ว ผลงานเพลงบางส่วนของเธอก็โกอินเตอร์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Come Back to Me, Pink Blood หรือ One Last Kiss เป็นต้น ซึ่งในเดือน Pride Month นี้ อูทาดะ ก็ได้ออกมาพูดผ่านไลฟ์สตรีมในอินสตาแกรมว่า “ฉันเป็น Non-binary นะ สุขสันต์เดือน Pride Month จ้ะ” ซึ่งก่อนหน้านี้อูทาดะเองก็ได้มีการโพสต์อินสตาแกรมของตัวเองใจความว่า “เบื่อมากที่ต้องมาเลือกว่าจะเป็น นาง หรือ นางสาว (Miss/ Mrs/ Ms) มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดอย่างมากที่จะต้องมาถูกตรีตราด้วยเพศสภาพ หรือสถานะการแต่งงาน ฉันอยากให้มีตัวเลือกอื่นๆนะ คำที่ใครๆไม่ว่าเพศไหน หรือมีจุดยืนทางสังคมแบบใดก็สามารถใช้ได้… ฉันเพิ่งค้นพบว่าคำว่า Mx (อ่านว่า มิกซ์ ที่แปลว่า รวม, ผสม) ก็ถูกใช้กันอยู่นะ! อยากให้คำนี้ถูกใช้กันให้เยอะขึ้นจัง” อูทาดะเขียนแคปชั่นนี้พร้อมกับโพสต์รูปที่อ่านได้ว่า Mys. Utada ( Mystery Utada) ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่กล้าหาญ และทรงพลังอย่างมาก เพราะว่าในสังคมญี่ปุ่นการยอมรับเรื่องความหลากหลายทางเพศยังมีอยู่แบบจำกัดอย่างมาก



5. ทิพยประกันภัยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ “Tip Rainbow”


ทิพยประกันภัย บริษัทประกันภัยแนวหน้าของประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ Tip Rainbow ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนความหลากหลาย และความเท่าเทียมทางเพศ โดยให้ประชาชนสามารถเลือกใช้คำนำหน้าเป็นคำว่า “คุณ” แทนคำว่า นาย นาง นางสาว ได้ และผู้เอาประกันสามารถเลือกใส่ชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นใครก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ทางสายเลือด หรือทะเบียนสมรสได้ ซึ่งทำให้หลายๆคนสามารถใส่ชื่อ “คู่ชีวิต” ของตน เป็นผู้รับผลประโยชน์ได้ทันที